วาซาบิเผ็ดไม่เหมือนใคร

ได้รับการยอมรับจากกินเนสบุ๊คให้เป็นมรดกโลก, ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าอาหารญี่ปุ่นต้องคู่กับซูชิ แล้วถ้าพูดถึงซูชิแล้วล่ะก็ที่ขาดไม่ได้คือวาซาบิค่ะ วันนี้จะมาแนะนำวาซาบิให้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ

วาซาบิคืออะไร

วาซาบิคือ เป็นพืชที่ปลูกในประเทศญี่ปุ่นและปลูกได้เฉพาะทางน้ำไหลที่สะอาด สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน1ปี ในอาหารตะวันตกเช่นอาหารอบเนื้อวัวก็ใช้วาซาบิค่ะ แต่เป็นวาซาบิพันธุ์สีขาว ชื่อว่า Horseradish แต่ที่ญี่ปุ่นวาซาบิจะเป็นสีเขียวซึ่งเรียกว่า ฮงวาซาบิ
ที่มาของวาซาบินั้น เชื่อกันว่าแหล่งกำเนิดมาจากเกาะ Sakhalin ทางทิศเหนือของ Hokkaido ต่อมาแพร่กระจายไปทั่วเกาะญี่ปุ่น แต่ก็ได้มีการบันทึกว่า วาซาบิเริ่มมีการนำมาทานตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยท่านโชกุนโทะกุงะวะ อิเอะยะสุกำหนดให้เป็นของมีค่าและสั่งให้แถบชิซุโอกะเป็นแหล่งเพาะปลูกวาซาบิ จนกระทั่งวาซาบิกลายเป็นสินค้าที่ทำกำไรมากๆในช่วงสมัยนั้นอีกด้วย โดยเฉพาะในยุคเมจิตอนต้น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับวาซาบิเป็นที่นิยมมากๆ

ในช่วงศตวรรษที่ 7 มีการใช้รากวาซาบิเป็นยาสมุนไพร เพราะประโยชน์ของวาซาบินั้นมีมาก นอกจากจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและพยาธิที่อยู่ในอาหารสดหรือปลาดิบได้แล้วนั้น ยังช่วยรักษาภูมิแพ้บางชนิดได้ ล้างพิษในตับและทางเดินอาหาร ฆ่าเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในกระเพาะอาหารและป้องกันเลือดแข็งตัวอีกด้วย อีกทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในการกำจัดเซลล์ที่เริ่มผิดปกติ ต่อต้านแบคทีเรีย และเชื้อราที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษอีกด้วย และที่สำคัญยังช่วยป้องกันฝันผุอีกด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมักจะเข้าใจผิดว่าถ้าทานวาซาบิในตอนที่เป็นหวัดจะช่วยให้หายได้โล่งขึ้น แต่ความจริงนั้นกลับยิ่งทำให้การหายใจติดขัดมากขึ้นไปอีก สาเหตุที่เข้าใจผิดอาจเป็นเพราะว่าเวลาที่ทานวาซาบิจะมีอาการฉุนขึ้นจมูกก็เลยทำให้รู้สึกหายใจโล่งขึ้นก็เป็นได้

และต่อมาสมัยเอโดะเข้ามาจนถึงปัจจุบันก็เริ่มนำมาปรุงอาหารค่ะ เป็นอาหารที่มีกลิ่นที่ฉุนและเผ็ดสะใจ และปัจจุบันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์มากมายที่แปรรูปโดยเพิ่มรสชาติวาซาบิเข้าไป ซึ่งก็น่าลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น วาซาบิเบียร์ ไอศครีมรสวาซาบิ น้ำหอมกลิ่นวาซาบิ ลูกอมวาซาบิ ยาสีฟันรสวาซาบิ เป็นต้น และสำหรับคนที่ไม่ชอบก็อยากจะให้ลองเปิดใจเรียนรู้รสชาติความฉุนนี้ บางทีคุณอาจจะชอบก็ได้ เพราะก้อนเล็กๆ สีเขียวๆ นี้คุณสามารถสัมผัสความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ความผสมผสานวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนประกอบของวาซาบิและรสชาติ

วาซาบิประกอบด้วยโปรตีน วิตามินเป็นต้น แต่ที่พิเศษคือมีรสชาติที่เผ็ด จี๊ดจ๊าด ค่ะ เวลาผ่านไปรสชาติอาจจะเปลี่ยนได้ดังนั้นถ้าอยากทานวาซาบิที่อร่อยจริงๆต้องทานวาซาบิที่ขูดใหม่ๆจะดีกว่าค่ะ

เป็นรสชาติเผ็ดจิ๊ดจ๊าด ขึ้นจมูก เป็นคุณสมบัติพิเศษของวาซาบิค่ะ อาจจะไม่เหมาะกับเด็กเล็กค่ะเพราะอาจจะเกิดการบาดเจ็บจากความเผ็ดของวาซาบิ

ทำไมถึงต้องใช้วาซาบิทานคู่กับซูชิ

จริงๆแล้ววาซาบิถูกนำมาใช้เป็นเครื่องเคียงประดับอาหารหรือดับกลิ่นได้และสามารถยับยั้งเชื้อโรคได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นใส่วาซาบิเพียงเล็กน้อยก็สามารถดับกลิ่นได้จึงทำให้นิยมใส่วาซาบิทานคู่กับซูชิค่ะ

นอกจากนี้ด้วยรสชาติที่เผ็ดของวาซาบินี้มีคุณสมบัติในการป้องกันและยับยั้งการเติบโตของเชื้อราในอาหารต่างๆได้ค่ะ ในสมัยเอโดะนั้น คนญี่ปุ่นสมัยเอโดะไม่มีตู้เย็นเหมือนปัจจุบันก็จะใช้วาซาบิเป็นการถนอมอาหารซึ่งเป็นเชาวน์ปัญญาในการดำเนินชีวิตเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีค่ะ

อาหารที่เหมาะกับวาซาบิ

เพิ่มสีสันให้อาหารโดยใช้โชยุและวาซาบิผสมกันกลายเป็น “โชยุวาซาบิ” และในปัจจุบันที่ต่างประเทศตามซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะมีมายองเนส วาซาบิ หรือ วาซาบิ เดรสซิ่ เป็นต้นขายแล้วค่ะ

เหมาะสำหรับเป็นของฝาก ที่สามารถใช้ประกอบอาหารต่างๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ในญี่ปุ่นจังหวัดนากาโน่ เป็นจังหวัดที่มีชื่อในเรื่องการปลูกวาซาบิ มีโชจูวาซาบิ และ ไวน์วาซาบิขายอีกด้วยซึ่งก็สามารถซื้อเป็นของฝากได้ค่ะ และปัจจุบันที่เป็นที่นิยมและแปลกใหม่คือไอศกรีมรสชาติวาซาบิไว้ให้ลิ้มลองกันด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังมีอาหารพื้นบ้านเช่น วาซาบิสึเกะ มีวิธีทำคือนำใบและรากของวาซาบิ นำมาสับให้หยาบผสมกับกากที่เหลือจากการทำเหล้าก็จะกลายเป็นวาซาบิสึเกะที่แสนอร่อย และมีผลิตภัณฑ์วาซาบิอีกมากมายที่ร้านขายของฝากในจังหวัด ฟุคุโอกะ ยามะนาชิ นากาโน่เป็นต้นค่ะ


ใครที่ชื่นชอบรสชาติวาซาบิแล้วล่ะก็ สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือ ร้านสะดวกซื้อ ในราคาประมาณ 200 เยนค่ะ นักท่องเที่ยวหลายท่านจะซื้อเป็นวาซาบิหลอดกลับไปเป็นของฝากกันค่ะ

นอกจากนี้ยังหาซื้อข้าวกรอบเซมเบ้ อาราเร่ โอกากิ หรือขนมอื่นๆ ที่มีรสชาติวาซาบิและแพคเกจจิ้งที่สะดุดตาเหมาะแก่การเป็นของฝากได้เป็นอย่างดีค่ะ หาซื้อได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อเช่นกันค่ะ