เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง วันนี้แอดมินพามาแวะเดินกินช้อปแถวๆวัดอาซะกุสะกัน แอดมินได้ลงไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ วัดเซนโซจิ ( Sensoji Temple ) หรือเรียกอีกชื่อนึงว่า วัดอาซะกุสะ ( Asakusa ) นั่นเอง
วัดอาซะกุสะ
ข้อมูลที่ได้มาหลักๆ เลยนั้นก็จะเป็นร้านค้าที่อยู่แถววัด ซึ่งที่วัดอาซะกุสะนั้นก็จุดที่เป็นแหล่งร้านค้ามากกว่า 25 กว่าจุดให้ได้เลือกเดินกินช้อปกันเลยทีเดียว ดังนั้นเลยก็จะขอแนะนำร้านค้าที่ควรค่าแก่การไปละกันนะคะ
พอได้ลงที่สถานีอาซะกุสะพบว่ามีหิมะที่น่าจะตกไปเมื่อวันก่อนกองเต็มไปหมดเลย ก็เลยทำให้ได้เห็นวิวรอบๆ เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพนสวยงามมาก ก็เลยทำให้มีนักท่องเที่ยวเต็มไปเลย และก็มีเหล่าพนักงานที่กำลังกวาดหิมะโกยหิมะไปข้างๆทางอีกด้วย
แน่นอนว่าก็ได้พบกับคนญี่ปุ่นและคนอีกหลายๆชาติเป็นจำนวนมากที่มาสักการะวัดเซนโซจิวัดที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ มีทั้งคนที่ใส่ชุดกิโมโนถ่ายรูปเซลฟี่ เดินหาของกินอร่อยๆกันอย่างสนุกสนาน จะเห็นได้เลยว่ามีกิจกกรมที่สามารถทำได้ในวัดอาซะกุสะไม่น้อยเลยทีเดียว
อันดับแรกขอแนะนำเลยต้องแวะไปที่ถนนนากามิเสะ หลังจากที่ลอดผ่านประตูคะมิอินะริ ไปก็พบกับถนนที่แสนคึกคัก ถนนมีความเป็นเมืองเก่าราวกับว่าได้กลับไปในยุคสมัยเอะโดะ มีร้านแผงลอยหลายร้านตั้งเรียงรายอยู่เยอะมาก เพื่อนักท่องเที่ยวที่มาจะได้สนุกการกินอาหาร ซื้อของฝากกันนั่นเอง
ของขายส่วนใหญ่ก็มีของจิปะถะแบบญี่ปุ่นเยอะมากและที่ขายดีขึ้นชื่อเลยก็คือตุ๊กกตากระดิ่งลม ตุ๊กตาไล่ฝน วิกผม หรือตุ๊กตาแมวนางกวัก และจากตัวอย่างในรูปที่เห็นเลยก็คือคิบิดังโงะ โมจิเสียบไม้โรยด้วยแป้งคินะโกะ ถ้าเดินเข้ามาในถนนนากามิเสะจะต้องเจอกับร้านนี้แน่นอน
เดินกินขนมดังโกะที่โรยแป้งคินะโกะพูนๆ เป็นอะไรที่เข้ากันมากเลย
เพื่อไม่ให้มือเปื้อนเลอะเทอะก็เอากระดาษห่อหนีบไว้ได้
และก็มี “อะซะกุสะเมนจิ”(AsakusaMenchi) หมูชุปเกร็ดขนมปังทอดของขึ้นชื่อมีมาตั้งแต่โบราณแล้ว ส่วนทางร้านนี้ก็คือเข้ามาในถนนนากามิเสะมาเล็กน้อยจะเจอเลย ทุกๆสุดสัปดาห์คนเยอะมากถึงขนาดต้องใช้บัตรคิวกันเลย ได้กลิ่นหอมของกลิ่นน้ำซุปเนื้อเย้ายวนชวนน้ำลายหกมากเลยขอบอก
จบไปแล้วสำหรับแนะนำสินค้าในถนนนากามิเสะ ต่อไปก็มาต่อกันที่ศูนย์การค้ากัปปะบะชิ ซึ่งในระหว่างที่ไปนั้นจะพบกับร้านอาหารอาซะกุสะแบบดั้งเดิม ชื่อร้านว่า “โดเซะอุ” ลองแวะเข้าไปกันได้ เมนูขึ้นชื่อที่นี่คือ “โดโจนาเบะ” เป็นอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟเป็นหม้อไฟจะใส่ปลาหมู พริกไทยญี่ปุ่น พริกเจ็ดสี และก็ต้นหอมโรยอยู่ข้างบน ซึ่งทำให้รสชาติกลมกล่อม แปลกมากขนาดยังไงม่ได้กินเข้าไปก็รู้สึกได้ว่าต้องอร่อยแน่ๆ เนื่องจากว่าร้านจะต้มปลาไปทั้งกระดูกเลยก็เลยทำให้ยิ่งอร่อย ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ต้องกินนะเบะนี่แหละ
และมาสนุกกันต่อกับร้านอาหารญี่ปุ่นที่แตกต่างไปหน่อย นั่นก็คือ ศูนย์การค้ากัปปะบาชิ (Kappabashi Shopping Street )
ศูนย์การค้ากัปปะบาชินั้นก็จะมีร้านที่ขายทั้งอุปกรณ์ทำครัว มีด จาน ช้อนส้อม วัตถุดิบทำอาหารเครื่องปรุงต่างๆ อาหารสำเร็จรูป โมเดลอาหารตัวอย่าง รวมไปถึงชุดใส่ทำอาหารเลย ถ้าเทียบเทคโนโลยีในการทำอาหารแล้วที่นี่ถือว่าเหนือกว่าที่ไหนๆเลย นอกจากนี้มีชาวต่างชาติที่ตั้งใจมาซื้อภาชนะทำอาหารกลับไปที่ประเทศตัวเองก็มี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโมเดลอาหารตัวอย่างที่ต้องใช้เทคนิคชั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น
พอเดินต่อไปหน่อยก็จะเห็นร้านค้าตรงถนนโอเรนจิ ที่ต้องชื่อนี้เพราะว่าถนนเป็นสีส้มนั้นเอง และที่นี่ก็ได้มีการจัดนำเอารอยฝามือของคนที่มีชื่อเสียงมาจัดแสดงที่ถนนเส้นนี้อีกด้วย
นอกจากนี้ เมนูขึ้นชื่อสำหรับการเดินกินแล้วต้องมันหวาน ร้านโออิโมะยะซัง (Oimoyasan Sweet Potato) ตอนนี้ก็ยังกินอยู่ ซึ่งมันก็อร่อยมากเลย ขอแนะนำอย่างแรง
สุดท้ายสิ่งที่อยากจะแนะนำคือ ถนนโมตสึนิกับถนนโฮปปี้ มี 2 ที่ซึ่งมีร้านค้าที่น่าสนใจมากๆ ที่นี่ก็สามารถเพลิดเพลินกับผับที่เป็นที่นิยมในตัวเมืองกันได้ตั้งแต่เวลากลางวันเลย มีร้านค้าจำนวนมากอยู่บนถนนนี้ ไม่รู้ว่าจะไปที่ร้านไหนก่อนดี ดังนั้นก็เลยต้องตั้งชื่อถนนนี้ว่า โมตสึนิและโฮปปี้ เพราะความนิยมที่มีคนมาเที่ยวกันอัดแน่นตั้งแต่กลางวัน
ไก่เสียบไม้
เนื่องจากสตูนั้นมีรสชาติแบบดั้งเดิม ทำให้คนที่ได้มากินรู้สึกถึงรสชาติที่คุ้นเคย ไก่เสียบไม้นั้นก็มีเลม่อนหั่นไว้ข้างๆเพื่อทานด้วยกันให้ได้รสชาติขึ้นไปอีก
ที่อาซะกุสะก็มีถนนร้านค้ามากมาย และก็มีจุดเที่ยวชมที่สวยหรูอลังการ อาจจะต้องใช้เวลาเที่ยวถึงหนึ่งวันเต็มๆ เพื่อที่จะได้เที่ยวทั่วทั้งหมดก็เป็นไปได้และทั้งหมดนี้ก็คือเป็นสถานที่ๆควรค่าแก่การไปก็ได้แนะนำไปทั้งหมดแล้ว วัดอาซะกุสะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ที่มาเที่ยวกี่ทีก็ไม่น่าเบื่อจริงๆ ต้องมาเที่ยวอาซะกุสะกันให้ได้นะคะทุกคน